Table of Contents
Work Form Home กันอีกแล้ว กว่าจะได้ออกจากบ้านอย่างปลอดภัยอีกที่เมื่อไหร่ไม่รู้ Covid-19 กลับมาระบาดอีกครั้งแถมยังหนักกว่าคราวก่อน งานนี้คงต้องอยู่บ้านกันยาวๆ เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ไม่ออกจากบ้าน ไม่เดินทางข้ามจังหวัด ทำให้รถไม่ได้ใช้ ต้องจอดรถแน่นิ่งไปอีกยาว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
แต่รู้หรือเปล่าว่าการ รถพังเพราะจอดนาน หรือการจอดรถทิ้งไว้นาน ก่อให้เกิดปัญหามากกว่าที่คุณคิด ดังนั้น APRTECH จึงรวบรวม 6 ข้อที่ต้องทำ เมื่อคุณต้องจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน ในช่วง Work From Home มาฝากกัน
6 ข้อต้องทำ ถ้าไม่อยากให้รถพังเพราะจอดนาน ช่วง Work From Home
1. จอดรถในที่ร่ม แต่อย่าจอดใต้ต้นไม้
เลือกจอดรถภายในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทได้ดี อย่าจอดรถตากแดดเพราะทำให้สีรถและยางเสีย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาผ้าคลุมรถกันร้อน Sunaway อย่าจอดใต้ต้นไม้ เพราะยางไม้และขี้นกก็ทำให้สีรถด่าง และอาจมีเศษกิ่งไม้ ใบไม้ตกใส่ อาจไปอุดตันรูระบายน้ำ หากฝนตกอาจทำให้น้ำเข้ารถ ไม่จอดรถใกล้สถานที่เปียกชื้น ใกล้กองขยะ เพราะอาจมีหนูเข้าไปกัดสายไฟ
2. ล้างรถให้สะอาด

ก่อนที่รถคุณจะถูกจอดทิ้ง ควรทำความสะอาดรถให้เรียบร้อย เนื่องจากอาจมีคราบยางไม้ หรือขี้นกติดอยู่บนชั้นเคลือบสี ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน โดยไม่ทำความสะอาด อาจทำให้คราบเหล่านั้นกัดกร่อนสีรถ หรือทำให้ผิวรถเกิดคราบฝังแน่นลงไปในชั้นเนื้อสี ล้างไม่ออก ทำให้รถมีสีที่ไม่เงางามเหมือนเดิม และเกิดรอยฝังลึกในระยะยาวได้
3. เติมลมยางรถให้แข็งกว่าปกติ
รถที่จอดทิ้งไว้ ลมจะค่อยๆ ซึมออกจากยาง ก่อนจอดรถทิ้งนานควรเติมลมยางให้แข็งกว่าปกติ และคอยตรวจเช็คว่ายางแบนหรือไม่ การเลือกใช้ลมไนโตรเจนจะซึมออกช้ากว่าการเติมลมปกติ นอกจากนี้ ควรขยับรถเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งการกดทับของยาง เพราะการจอดทิ้งไว้นานอาจทำให้เกิดอาการ รถพังเพราะจอดนาน ได้จากยางที่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
4. ชาร์จแบตเตอรี่รถทันทีที่จอด

แบตเตอรี่จะเป็นอย่างแรกที่เกิดปัญหาเมื่อจอดทิ้ง แบตเตอรี่รถเปรียบเสมือนหัวใจ ที่ถ้ามันมีปัญหาเมื่อไหร่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถก็มีปัญหาตามไปด้วย โดยเฉพาะกล่อง ECU ราคาหลักแสน อย่าปล่อยให้รถเสียหายถึงขั้นนั้น คุณควรเริ่มดูแลแบตเตอรี่รถของคุณตอนนี้เลยดีกว่า เพราะการดูแลแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดคือการรักษาไฟให้เต็มแบตเตอรี่อยู่ตลอด คุณจึงควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มตั้งแต่เริ่มจอดรถ
โดยทั่วไปแล้วแบตเตอรี่จะคายประจุไฟออกมาอยู่ตลอด รถที่จอดไม่ได้ขับนาน ไฟในแบตเตอรี่ก็จะอ่อนลงเรื่อยๆ ทำให้สตาร์ทยากขึ้นหรือถึงขั้นสตาร์ทไม่ติด หากปล่อยทิ้งไว้อีก แบตเตอรี่ก็จะเปลี่ยนจากอ่อนเป็นเสื่อมในเวลาเพียง 4 เดือน ซึ่งมักมีอาการชาร์จไฟไม่เข้า หรือเก็บไฟไม่อยู่ หรือชาร์จเต็มแล้วแต่ก็ยังสตาร์ทรถไม่ติดเพราะกำลังไฟไม่พอ การปล่อยให้แบตเตอรี่เสื่อมก็เหมือนร่างกายที่ตายแล้ว ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่อย่างเดียวเท่านั้น อาจทำให้ระบบภายในรถเสียตามไปด้วยเพราะขาดไฟเลี้ยง
คุณอาจมีความเชื่อว่า “แค่สตาร์ทรถทิ้งไว้ วันละ 10 - 15 นาที ก็ช่วยชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่” แต่การสตาร์ทรถทิ้งไว้นั้นรอบเครื่องยนต์ไม่สูงพอที่จะปั่นกระแสชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ จึงไม่ช่วยชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เสียเวลาเปล่า แถมยังเสียงดัง เหม็นควัน เปลืองน้ำมันอีกต่างหาก และอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นเพราะรถใช้ไฟมากในการสตาร์ท
“คอยเอารถไปวนขับสัปดาห์ละครั้ง” จึงเป็นอีกทางเลือก แต่ก็มีข้อแม้ว่า รอบเครื่องต้องสูงพอและระยะเวลานานพอให้ชาร์จไฟจนแบตฯ เต็ม ซึ่งคุณไม่มีทางรู้เลยว่าแบตฯ จะเต็มหรือยัง นอกจากจะขับขึ้นไฮเวย์ไปพัทยา หากคุณมีรถหลายคัน คุณต้องเสียเวลา เสียค่าน้ำมันมากแค่ไหนในการขับรถเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ใช้ชีวิตสมาร์ทๆ แล้วเอาเวลาไปทำสิ่งที่มีคุณค่าดีกว่าการขับรถเพื่อชาร์จแบตฯ
5. เช็คเครื่องยนต์ และระบบไฟว่ายังทำงานเป็นปกติ
ระบบเครื่องยนต์และระบบไฟเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรละเลย ควรเปิดกระโปรงหน้ารถบ่อย ๆ เพื่อดูว่ามีพวกหนูมากัดสายไฟ หรือมีนกเข้ามาทำรังหรือเปล่า ควรสตาร์ทรถสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อให้ระบบของเหลวภายในเครื่องยนต์ได้ทำงาน ให้สายพานในรถได้วิ่งทำงานบ้าง สังเกตสายพานว่าไม่มีรอยแตกหรือร้าว เช็คระบบไฟ ไฟหรี่ ไฟเลี้ยว ไฟหน้า ไฟเบรค โดยการกดปุ่มแสดงสัญญาณ พร้อมเดินดูรอบรถว่าทำงานปกติหรือไม่ ก่อนนำรถออกไปใช้อีกครั้ง
6. เช็คของเหลวในเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับปกติ

ก่อนจะจอดรถของคุณทิ้งไว้นาน ต้องเช็กระดับของเหลวต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ น้ำที่ปัดน้ำฝนว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่รั่วซึม เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาหรือไมล์ที่เหมาะสมหลังจากจอดทิ้งไว้ เพราะน้ำมันเครื่องมีวันเสื่อมสภาพด้วยตัวเอง หากมีการจอดทิ้งไว้นานเกินไป
นอกจากนี้ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังเพื่อป้องกันการเกิดสนิมในถังน้ำมันจากหยดน้ำที่เกาะสะสมอยู่ในระบบจ่ายเชื้อเพลิง สาเหตุที่ทำให้ระบบน้ำมันอุดตัน และเนื่องจากน้ำมันในถังถ้าไม่ใช้นานๆ จะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “น้ำมันบูด” สังเกตได้จากการสตาร์ทรถหลังจอดนานๆ กลิ่นน้ำมันจะเหม็นกว่าปกติ จึงควรนำรถไปขับเพื่อให้น้ำมันเก่าได้หมุนเวียนออก แนะนำให้เติมน้ำมันเบนซินเพียว ที่ช่วยลดอาการน้ำมันบูดจากการจอดทิ้งรถไว้เป็นระยะเวลานานได้
ทั้งหมด 6 ข้อที่เราแนะนำ ควรเช็กให้แน่ใจว่าทำครบแล้วทุกข้อ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา รถพังเพราะจอดนาน ส่วนในเรื่องของแบตเตอรี่ ถ้าหากคุณไม่อยากเสียเวลาเอารถไปวนขับหลายรอบ รอบละหลายนาที แถมไม่รู้ว่าจะชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้เต็มหรือเปล่า
ที่มา : https://www.aprtech.co.th














