เบอร์ฉุกเฉินบนท้องถนน ที่ควรรู้ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทั้งรถชน รถเสีย ไฟไหม้ หรือผู้บาดเจ็บไม่พร้อมขยับตัว การรู้ “เบอร์ฉุกเฉินที่ถูกต้อง” คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การช่วยเหลือมาถึงได้อย่างรวดเร็ว โดยบทความนี้จัดทำโดย สถาบันขับขี่ปลอดภัย (Safety Drive) เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมในทุกเส้นทาง
ทำไมต้องรู้เบอร์ฉุกเฉิน? 🚨
- ช่วยให้แจ้งเหตุได้รวดเร็ว
- เพิ่มความปลอดภัยให้ตนเองและผู้อื่น
- ลดความเสี่ยงจากการช่วยเหลือล่าช้า
- รับมือเหตุไม่คาดคิดได้อย่างมืออาชีพ
- สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้แม่นยำ
- ลดความเสียหายที่เกิดขึ้น
📌 รวมเบอร์ฉุกเฉิน “ สำคัญมาก ” บนท้องถนน
1️⃣ 191 – แจ้งเหตุฉุกเฉินรวม 🚓
ใช้เมื่อมีเหตุเร่งด่วน เช่น
- อุบัติเหตุ
- ทำร้ายร่างกาย
- เหตุร้ายที่ไม่รู้จะโทรหาใคร
- สำหรับเหตุการณ์ที่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
2️⃣ 1669 – แจ้งอุบัติเหตุ/ผู้บาดเจ็บ 🚑
เบอร์หลักที่ควรจำขึ้นใจ!
- รถชน
- ผู้บาดเจ็บ
- ผู้ป่วยหมดสติ
- ต้องการรถพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่จะประสานรถกู้ชีพใกล้ที่สุดไปยังจุดเกิดเหตุทันที
3️⃣ 1193 – ตำรวจทางหลวง 🛣️
เหมาะสำหรับถนนหลวง มอเตอร์เวย์ หรือการเดินทางระยะไกล
- รถชน
- รถเสีย
- สิ่งกีดขวาง
- ขอความช่วยเหลือด่วนกลางทาง
4️⃣ 199 – แจ้งไฟไหม้ / กู้ภัย 🔥
- ไฟไหม้รถ
- มีควันหรือประกายไฟ
- ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยผู้ติดในรถ
- อุบัติเหตุรุนแรงที่ต้องใช้กู้ภัย
5️⃣ 1146 – กรมทางหลวงชนบท 🌳
แจ้งถนนชำรุด น้ำท่วม ต้นไม้ล้ม หรืออุบัติเหตุบนทางหลวงชนบท
6️⃣ 1586 – กรมทางหลวง 🛤️
- หลุมบ่อ
- สิ่งกีดขวาง
- สภาพถนนด่วน
- ป้าย/ไฟส่องสว่างเสีย
- เรื่องเกี่ยวกับมอเตอร์เวย์
7️⃣ เบอร์ประกันภัยรถยนต์ ☂️
ต้องมีในโทรศัพท์ พร้อมบันทึกข้อมูล เพราะเวลารถชน การแจ้งเร็ว คือความได้เปรียบ
- ทะเบียนรถ
- เลขกรมธรรม์
- ชื่อบริษัท

💡 เคล็ดลับจัดการเหตุฉุกเฉินอย่างปลอดภัย
- ตั้งสติให้ได้ก่อนแจ้งเหตุ : พูดช้า ชัด ไม่สั่น ช่วยให้ช่วยเหลือได้เร็วขึ้น
- บอกพิกัดให้ชัดที่สุด : เช่น ถนน/สายทาง, หลักกิโลเมตร, จุดสังเกตใกล้เคียง
- ถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน : ต้องอยู่ในจุดปลอดภัย ไม่ลงไปกลางถนน
- เปิดไฟฉุกเฉิน และตั้งป้ายสามเหลี่ยม : ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
- อย่าย้ายผู้บาดเจ็บ ถ้าไม่จำเป็น : เว้นแต่เกิดไฟไหม้หรือมีความเสี่ยงอื่นๆ
📋 ตารางรวมเบอร์ฉุกเฉินบนท้องถนน
| เหตุการณ์ | เบอร์ |
| แจ้งเหตุฉุกเฉินรวม | 191 |
| อุบัติเหตุ / ผู้บาดเจ็บ | 1669 |
| ตำรวจทางหลวง | 1193 |
| ไฟไหม้ / กู้ภัย | 199 |
| ทางหลวงชนบท | 1146 |
| กรมทางหลวง | 1586 |
| ประกันภัยรถยนต์ | Call Center ของบริษัท |
🤝 สถาบันขับขี่ปลอดภัย (Safety Drive) ขอแนะนำหลักสูตร “ การแก้ไขสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุ ”
การมีเบอร์ฉุกเฉินไว้ ไม่ได้มีไว้เพื่อ “คาดว่าจะเกิดเหตุ” แต่มีไว้เพื่อ “รับมือได้ทันที” ผู้ขับขี่ทุกคนควรบันทึกเบอร์เหล่านี้ไว้ในโทรศัพท์ และใช้ในการอบรมพนักงานขับรถ เพราะยิ่งรู้มาก ความปลอดภัยยิ่งสูงขึ้น
นอกจากการรู้จักเบอร์ฉุกเฉินแล้ว องค์กรควรเสริมด้วย คอร์สอบรมพนักงานขับรถอย่างมืออาชีพ ที่ครอบคลุมทั้งการขับขี่เชิงป้องกัน การรับมือเหตุฉุกเฉิน การตัดสินใจภายใต้ความกดดัน และการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ การลงทุนด้านการอบรมไม่เพียงช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เสริมภาพลักษณ์องค์กร และสร้างความมั่นใจให้กับทั้งพนักงานและผู้ใช้รถทุกคน


















